วันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2556

5 วิธีคิด ในการตอบคำถามสัมภาษณ์งาน (Job)





2-3 ปีหลังนี้ ผมมีโอกาสสัมภาษณ์งานบ่อยๆ ทั้งบุคลากรระดับกลางๆ (สูงมากไม่ได้ แต่ก็ไม่ต่ำเตี้ย) รวมถึง ระดับกร่างๆ (ไม่สูงไปเลย ก็ต่ำก่อนเวลาอันควร)
ผู้สมัครเกือบทั้งหมดตอบคำถามตาม“แพทเทิร์น” ซึ่งก็โทษพวกเขาไม่ได้ทั้งหมด ทั้งนี้เพราะ ผู้สัมภาษณ์เองก็ถามคำถามตาม“แพทเทิร์น”เหมือนกัน ลองมาดูเทคนิควิธีการสัมภาษณ์งาน Part Time 2556 กันดีกว่า

5 วิธีคิด ในการตอบคำถามสัมภาษณ์งาน (Job)

10 คำถามยอดนิยม

- ไหนลองเล่าถึงตัวเองหน่อยสิ
- ทำไมคุณถึงอยากออกจากงานที่ทำอยู่
- คุณคิดว่าคุณจะทำอะไรเพื่อบริษัทได้บ้าง
- ข้อเสียที่เห็นได้ชัดของคุณคืออะไร
- คุณมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อคำวิพากษ์วิจารณ์
- คุณจะว่าอย่างไรถ้าต้องทำงานล่วงเวลา
- คุณอยากไปถึงจุดไหนในอีก 10 ปีข้างหน้า
- อะไรที่ทำให้คุณอยากทำงานที่นี่
- คุณคาดหวังเงินเดือนเท่าไหร่
- คำถามสุดท้ายคุณมีอะไรจะถามไหม


ถามคำถามแบบนี้ ผู้สมัครหน้าใหม่ จะตอบเป็นอย่างอื่นได้อย่างไร … ฮึ?


เชื่อไหม 97.22% (สำรวจเอง) คนสมัครหน้าใหม่ ไม่ได้งานเพราะ “คิดไม่ผ่าน” หาใช่ “ตอบไม่ผ่าน” … เอนี่เวย์, ลองดู 5 วิธีคิดในการตอบคำมสัมภาษณ์งาน กันหน่อยดีไหม

๑. เราไม่ได้ตื่นเต้นจากคำถาม ส่วนใหญ่ตื่นเต้นจากบรรยากาศ

คุณเคยไปเที่ยวที่ไหนซ้ำๆ กัน และยังตื่นเต้นทุกครั้งไหม คนเราเป็นอย่างนี้แหละ เปลี่ยนที่เปลี่ยนทางนิดหน่อย ทำเอาวางมือไม้ไม่ถูกเชียว เพราะฉะนั้น จงสร้างบรรยากาศสัมภาษณ์ (จินตนาการ) ให้เหมือนการพูดคุยกับพี่รหัส หรือ คนที่เราชื่นชอบ (แอบไปดูบรรยากาศบริษัทก่อนสัมภาษณ์ ช่วยได้ ช่วยได้)


๒. เขาเป็นฝ่ายเลือกเราก็จริง แต่เราก็เป็นฝ่ายเลือกเขาเหมือนกัน

คนเราทำงานมากกว่า 1 ใน 3 ของวัน การได้ทำงานในที่มีบรรยากาศในการทำงานแย่ เครียด และได้เงินไม่คุ้ม(ค่ากิน ค่าเดินทาง) การขายหมูปิ้งหน้าปากซอยบ้านอาจดีกว่า! ดังนั้น อย่าปล่อยให้เขาเลือกเรา เราควรเลือกเขาไปด้วยพร้อมๆ กัน


๓. ยิ่งอยากได้งาน ยิ่งไม่ได้

ในงานขายตรง เขาสอนกันไว้ชัดเจนเลยว่า “อยากขายได้ จะขายไม่ได้” นั้นก็เพราะขณะที่เราอยากได้อะไรสักอย่าง รังสีอำมหิตก็เปล่งประกายจ้าจนมองเห็นได้จากสายตา … การสมัครงานก็เช่นกัน ผู้สัมภาษณ์จะเลือกเราเพราะเราเหมาะกับงานของเขา ไม่ใช่เพราะเราอยากทำงาน(ใจจะขาด)


๔. การสัมภาษณ์งาน คือ การแสดง (หรือไม่ก็ การประกวดนางงาม)

คุณเคยทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่หรือคนแปลกหน้าไหม … เอาอย่างนี้ดีกว่า คุณเคยจีบ หรือ เคยโดนจีบไหม มันเป็นไปไม่ได้หรอกกับคำถามไม่กี่ข้อ คำพูดไม่กี่คำ จะทำให้ “เรา” รู้จักกันจนหมดไส้พุง การสัมภาษณ์งานก็เหมือนกัน วางฟอร์มไว้หน่อย ไม่เสียหลาย ดีกว่า “ปล่อยไก่” ตั้งแต่แรกพบ


๕. คนไม่มีประสบการณ์นี่แหละ … ดี

คุณเคยได้ยินนิทานเซนเรื่อง ชาเต็มถ้วย ไหม หากเราใช้ชีวิตเสมือนชาเต็มถ้วย รินชาลงไปเท่าไหร่ ชาก็ล้นถ้วยออกมาหมด … คนไม่มีประสบการณ์นี่แหละดี เพราะหมายถึงความคิดยังสดใส ไอเดียยังบรรเจิด ไม่ถูกประสบการณ์(ร้ายๆ)ตีกรอบให้คิด ให้ตัดสินใจ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา


สุดท้าย อย่าลืมเตรียมตัวสำหรับ“คำถามสุดท้าย” นะครับ อ.ณรงค์วิทย์ แสนทอง บอกเอาไว้ว่า …


หากคุณไม่มีคำถามอะไร นี่จะเป็นตัวบ่งชี้ว่า “คุณเป็นคนไม่ฉลาดเอาเสียเลย ไม่ตั้งใจฟัง หรือไม่ก็ไม่ได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทมาเลย”


อ.ณรงค์วิทย์ บอกว่า ให้ลองใช้คำถามเหล่านี้ดู


1. ตำแหน่งของดิฉันอยู่ในตำแหน่งใดในโครงสร้างของบริษัท
2. เวลาทำงานปกติคือเวลาใด
3. กรุณาบอกคร่าวๆถึงเป้าหมายของบริษัท
4. มีโอกาสเลื่อนขั้นในอีก 3 ปีข้างหน้าหรือไม่


อย่าลืมนะครับ … การสัมภาษณ์ ก็คล้ายกับ การประกวดนางงาม ถามพอเป็นพิธี ตอบพอเป็นพิธี ยึดหลักจริงใจ ใจจริง และ ขอให้ดูดีดูฉลาดเข้าไว้(ก่อน) แต่ก็อย่าให้ถึงกับต้องออกตัวว่า “รักเด็ก” … เพราะนอกจากจะไม่ “ดูฉลาด” แล้ว ยังอาจกลายเป็น “ดูประสาท” ไปก็ได้






0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น